กรมขนส่งทางบก

วันที่ 20 กรกฎาคม 2561

กรมการขนส่งทางบก คุมเข้ม!!! มาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์และวิธีการวัดระดับเสียงตามมาตรฐานสากล กรณีรถยนต์น้ำหนักไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม ค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ ส่วนรถยนต์ที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม ค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 99 เดลิซิเบลเอ มีผลใช้บังคับทันที ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อการควบคุมและป้องกันปัญหามลพิษทางเสียงที่เกิดจากรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน

 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกกำหนดและปรับปรุงมาตรฐานยานยนต์ตามมาตรฐานสากล อาทิ การกำหนดระยะเวลาให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีรถประจำปี การกำกับดูแลให้สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ดำเนินการตรวจสภาพรถตามระเบียบและเกณฑ์สมรรถนะที่กำหนด ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษทางเสียงที่เกิดจากรถยนต์ที่มีเสียงดังเกินค่ามาตรฐาน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก กำหนดมาตรฐานระดับเสียงและวิธีการวัดระดับเสียงของรถยนต์ พ.ศ. 2561 เพื่อกำหนดวิธีการตรวจวัดระดับเสียงที่ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ และค่าระดับเสียงตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป กับรถยนต์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522  ประกอบด้วย รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง รถยนต์บริการ และรถยนต์สามล้อ ยกเว้นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicles, BEV) ดังนี้ รถยนต์ทุกประเภทที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2557 ค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ ส่วนรถยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 กรณีน้ำหนักรถเปล่าเกินกว่า 2,200 กิโลกรัม ค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 99 เดซิเบลเอ กรณีเป็นรถขนาดเล็กมีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม ค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ ยกเว้น รถยนต์สามล้อทุกคันค่าระดับเสียงต้องไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติ (United Nations Economic Commission for Europe : UNECE) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือพัฒนามาตรฐานยานยนต์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ส่วนรถจักรยานยนต์อยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน จึงยังคงกำหนดค่าระดับเสียงเท่าเดิมคือไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ  

 

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ขั้นตอนในการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์ตามประกาศดังกล่าวกำหนดให้ดำเนินการตรวจวัดเมื่อเครื่องยนต์ทำงานได้ความเร็วรอบคงที่ตามที่กำหนดเท่านั้น เช่น กรณีรถยนต์สามล้อตรวจวัดที่ 3 ใน 4 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ ส่วนรถที่เครื่องยนต์มีความเร็วรอบให้กำลังสูงสุดไม่เกิน 5,000 รอบต่อนาที ให้ตรวจวัดที่ 3 ใน 4 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด กรณีเครื่องยนต์ที่มีความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุดเกินกว่า 5,000 รอบต่อนาที แต่ไม่ถึง 7,500 รอบต่อนาที ให้ตรวจวัดที่ 3,750 รอบต่อนาที กรณีเครื่องยนต์ที่มีความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุดตั้งแต่ 7,500 รอบต่อนาที ให้ตรวจวัดที่ 1 ใน 2 ของความเร็วรอบที่ให้กำลังสูงสุด ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการตรวจวัดค่าระดับเสียง กรมการขนส่งทางบกได้ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริง พร้อมให้สำนักงานขนส่งจังหวัดประชาสัมพันธ์และซักซ้อมแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ ผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถ และเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนเจ้าของรถ เกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจสภาพรถ ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนเจ้าของรถใช้ท่อไอเสียที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และไม่ดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบของรถ เพื่อป้องกันปัญหารถที่อาจมีค่าระดับเสียงดังเกินที่กฎหมายกำหนด อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

----------------------------------      

กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

สำนักงานเลขานุการกรม

กรมการขนส่งทางบก

โทร. 0-2271-8805 – 6

Fax. 0-2271-8805

 

เอกสารดาวน์โหลด PHOTO

เอกสารดาวน์โหลด

ข่าวสารแนะนำ

กรมการขนส่งทางบก

  • กรมการขนส่งทางบก 1032 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900.
  • โทรศัพท์ (หมายเลขกลาง) : 0-2271-8888
    โทรสาร : 0-2271-8805 (เฉพาะวันเละเวลาราชการเท่านั้น)
  • แจ้งปัญหาการใช้งานเว็บไซต์
    Email
  • Social Network กรมการขนส่งทางบก
สมัครรับข่าวสาร
สมัครสมาชิกจดหมายข่าวของเรา ท่านจะได้รับข่าวสารอัพเดจฟรี

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี facebook
เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล์แอดเดรส

สมัครสมาชิก

* สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
1. สามารถแสดงความคิดเห็น (เฉพาะข่าวสารที่กรมขนส่งเปิดให้
   แสดงความคิดเห็นเท่านั้น)
2. สามารถใช้งานฟอรั่ม ได้เต็มรูปแบบ (สามารถสร้างกระทู้
    และแสดงความคิดเห็นได้)
3. สามารถติดตามกลุ่มข่าวสารที่ติดตามได้
ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณา กรอกอีเมล์แอดเดรส เพื่อเข้าใช้งานและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
เลือกข่าวที่ต้องการติดตาม
bl